แนะนาเอกสาร Microsoft Word [ความร เก ยวก บการใช งานโปรแกรม Microsoft Word ซ งรวบรวมเน อหา เก ยวก บคาส งการใช งานท ค อนข างม ความจาเป นก บการใช งานพ มพ เอกสาร รวมท งเกร ดความร และค ย ล ดท ช วยในการทางานให สะดวกและรวดเร วมากข น] ศ นย เทคโนโลย สารสนเทศประจาศาลฎ กา [Version 1.1]
84Bสารบ ญ 1B1.แนะนาMicrosoft word... 4 2B2.เร มต นใช งาน Microsoft Word... 5 5B2.1 การสร างเอกสารใหม... 6 6B2.2 การบ นท กเอกสารท สร าง... 7 7B 2.3 การบ นท กเอกสารเป นช อใหม... 7 8B 2.4 การเป ดเอกสารท บ นท กไว กล บมาใช งาน... 8 9B2.5 การป ดเอกสาร... 8 01B2.6 การออกจากโปรแกรม... 9 1B2.7 การใช ม มมองต างๆใน Microsoft word... 9 21B2.8 การเร ยกด เอกสารในหน าอ นๆ... 15 3B3. ป อนข อความลงในเอกสาร... 16 31B3.1 การสร างเอกสาร... 16 93B3.1.1 ว ธ การเล อนจ ดแทรกข อความด วยเมาส และค ย บอร ด... 16 04B3.1.2 การป อนข อความปกต ด วยค ย บอร ด... 17 14B3.1.3 การสล บแป นพ มพ ระหว างภาษาไทยและอ งกฤษ... 17 41B3.2การเล อกต วอ กษรและข อความ... 18 51B3.3การค ดลอกข อความ... 19 61B3.4 การค ดลอกข อความ... 20 71B3.5 การค นหาและแทนท ข อความในเอกสาร... 21 81B3.6 การสร างข อความอ ตโนม ต... 22 91B3.7 การยกเล กการใช คาส งคร งท ผ านมา... 23 02B3.8 การแทรกข อค ดเห น... 24 4B4.ฟอนต และการตกแต งเอกสาร... 25 12B4.1 จ ดข อความให อย ก งกลาง ช ดซ าย หร อช ดขวา... 25 2B4.2 การต งก นหน าและก นหล ง... 26 32B4.3 การก าหนดต าแหน งแท บหย ด... 27 42B4.5 การปร บแต งการจ ดวางข อความในย อหน า... 28 52B4.6 การปร บแต งฟอนต ในเอกสาร... 29 62B4.7 การก าหนดต วหนา ต วเอนและข ดเส นใต... 30 72B4.8 แสดง Bullet หร อเลขลาด บข อความ... 31 82B4.9 เปล ยนหน าตาส ญล กษณ หร อเลขลาด บ... 32 92B4.10 การใช ต วแก สมการ... 33 24B 4.10.1 การเป ดเคร องม อ Microsoft Equation ข นมาใช งาน... 33 34B4.10.2 เล อกส ตร/ส ญล กษณ ท ต องการ... 35 4B4.10.3 การแก ไขส ตร... 36 54B4.10.4 ขยาย/ลดขนาดของส ตร... 36 2 94Bหน า
64B4.10.5 การลบส ตร... 36 4.11 การสะกดและไวยากรณ... 37 03B4.12 การใช งานต วค ดวางร ปแบบ... 38 13B4.13 การแบ งข อความในเอกสารเป นหลายคอล มน... 39 23B4.14 การทาต วอ กษร Drop Cap... 40 3B4.15 การด ต วอย างก อนพ มพ เอกสาร... 41 43B4.16 การพ มพ เอกสาร... 42 5.เกร ดความร เก ยวก บคอมพ วเตอร... 44 53B5.1 ระบบความปลอดภ ย... 44 73B63B5.2 ค ย ล ดสาหร บโปรแกรม Microsoft Word... 46 74B 5.3 แถบเคร องม อต างๆ ของ โปรแกรม Microsoft Word... 48 3
1B1.แนะนาMicrosoft word 05Bโปรแกรม Microsoft Word เร มนาเข ามาใช ในเม องไทยคร งแรกจะเป นเวอร ช น 2.0 โดยทางานบน Windows 3.0 ข นไป ซ งได ร บการตอบร บจากผ ใช งานพอสมควร โดยเฉพาะอย างย งผ ใช งานท ม อ ปกรณ ต อพ วงเพ มเต ม ค อ เมาส ( Mouse ) และม แถบ เคร องม อทาให ผ ใช แทบจะไม ต องจดจาคาส ง เพ ยงแต จาร ปแถบเคร องม อให ได แต เน องจากในช องแรกๆ ท เข ามาในประเทศไทย ระบบการจ ดการภาษาไทยย งไม ด พอ จ งทา ให โปรแกรม Microsoft Word เวอร ช น 2.0 ย งไม เป นท น ยมเท าท ควร จนกระท งบร ษ ท ไมโครซอฟท คอร ปอเรช น จาก ด ได พ ฒนาโปรแกรมMicrosoft Word เวอร ช น 2.0 เป น เวอร ช น 6.0 ทาให เป นท น ยมอ กคร ง และผ ใช จานวนมากล มโปรแกรม Word Processing ต วอ นๆ โดยส นเช งเพราะถ กใจประส ทธ ภาพของโปรแกรม และย งไปกว าน น บร ษ ท ไมโครซอฟท คอร ปอเรช น จาก ด ย งไม ได รวมช ด Microsoft Office ซ งประกอบ ด วย โปรแกรม Microsoft Word, Microsoft Excel, Microsoft PowerPoint และ Microsoft Access เข าด วยก น ทาให โปรแกรม Microsoft Word ย งได ร บความน ยมมากข น 15Bต อมาบร ษ ท ไมโครซอฟท คอร ปอเรช น จาก ด ได พ ฒนาโปรแกรมช ด Microsoft Office เป นMicrosoft Office 97 ซ งเป นโปรแกรมท ม ประส ทธ ภาพอย างมาก และเป นท น ยมใช โดยท วไปจนถ งท กว นน เพราะนอกจากเพ มล กเล นมากมายแล ว ย งเพ มโปรแกรมให ด วย เช น Microsoft Outlookโปรแกรมช ด Microsoft Office 97 สามารถต ดต งได ท งบน Windows 95 และ Windows 98 ในป จจ บ นโปรแกรมช ด Microsoft Office 97 ได ร บการ พ ฒนาเป น Microsoft 2000 ซ งเป นท น ยมต อมาเร อยๆ บร ษ ทไมโครซอฟท คอร ปอเรช น ได ม การพ ฒนาโปรแกรม Microsoft Office XP,Microsoft Office 2002, Microsoft Office 2003 และในร นป จจ บ นท บร ษ ท ไมโครซอฟท คอร ปอเรช น จาก ด ได พ ฒนาค อ Microsoft Office 2007 4
2B2.เร มต นใช งาน Microsoft Word 25Bเม อทาการต ดต งโปรแกรม Microsoft Office สามารถเข าส โปรแกรม และเร มต นใช งาน Microsoft Word ซ งการเข าไปใช งานของ Microsoft word สามารถเข าไปใช งานได หลายว ธ ด งน B35Uว ธ ท 1 1. 54Bโดยคล กเมาส ท ป ม 2. 5Bเล อก [ All Program > Microsoft Office > Microsoft Office Word ] B65Uว ธ ท 2 75Bกรณ ท หน าต างของ Windows (Desktop) ม ไอคอน สามารถเข าโปรแกรม ผ านทางไอคอนได เลย 85Bเม อสามารถเข าไปในโปรแกรม Microsoft word ได แล วจะปรากฏหน าตาของ Microsoft word ด งน 5 ช อเอกสารท เป ดใช งาน แถบเมน แถบเคร องม อ ง ขอความช วยเหล อ ง แถบเคร องม อ ขอความช วยเหล อ ง ง ว ดระยะแนวต ง ว ดระยะแนวนอน ง พ นท การพ มพ ขอความช วยเหล อ ง แถบเล อนแนวต ง แถบเล อนแนวนอน ม มมอง แถบสถานะ
5B2.1 การสร างเอกสารใหม 59Bการเร มต นการทางานของเอกสาร ให สร างเอกสารใหม ข นมาก อน โดยอาจเล อก สร างเอกสารเปล าข นมาและการสร างเอกสารใหม น นม ว ธ การต างๆด งน B06Uว ธ ท 1 16Bการสร างเอกสารใหม ว ธ การท ง ายท ส ดค อ การเข าผ านทางไอคอนท แถบเคร องม อ ค อ และเอกสารใหม ก จะเก ดข น B26Uว ธ ท 2 36Bการสร างเอกสารใหม อ กว ธ การหน งได โดยเข าเมน แฟ มก ได โดยม ว ธ การด งน 1. 64Bเล อกเมน [ แฟ ม --> สร าง ] 2. 65Bหน าต างงาน เอกสารใหม สาหร บเล อกสร างเอกสารใหม 6
7B 2.3 7 6B2.2 การบ นท กเอกสารท สร าง 6Bเม อทาการพ มพ ข อม ลต างๆ ลงบนเอกสารท สร างข นเร ยบร อยแล ว ก อนออกจาก โปรแกรม Microsoft word ต องทาการบ นท ก หร อ save เอกสารท พ มพ ไว ก อน เพ อจะได นาเอกสารน นมาใช ในคร งต อไปได อ ก โดยต งช อแฟ มข อม ลได ยาวถ ง 256 ต วอ กษรหร อ โดยการเล อกไอคอนบนแถบเคร องม อ 1.เล อกคาส ง [แฟ ม -->บ นท ก] หร อ <Ctrl+S> 2.ระบ ตาแหน งเก บ ข อม ล 3.ต งช อให ก บแฟ มข อม ลท บ นท ก 4.คล กเมาส บ นท ก การบ นท กเอกสารเป นช อใหม 76Bเม อต องการทาสาเนา หร อสารองแฟ มข อม ลเอกสารท สร างข น โดยบ นท กเป น ช อหน งไว แล ว ด งน นผ ใช งานสามารถบ นท กเอกสารให เป นแฟ มข อม ลใหม ได โดยท เอกสารเด มผ ใช งานจะย งคงอย ด วย โดยใช คาส ง [แฟ ม> บ นท กเป น] 1. เล อกคาส ง [แฟ ม> บ นท กเป น] 2. เล อกตาแหน งท ต องการบ นท ก 3. ต งช อแฟ มข อม ลใหม
8B 2.4 การเป ดเอกสารท บ นท กไว กล บมาใช งาน 8 68Bข อด ของการบ นท กแฟ มข อม ลเอกสารไว ค อ ผ ใช งานสามารถเป ดเอกสารเหล าน น ข นมาอ านหร อแก ไขเพ มเต มในคร งต อไปได ตามต องการ ม ข นตอนต อไปน 96B2 1.เล อกคาส ง [แฟ ม > เป ด] หร อ<Ctrl+O>หร อ 2. ระบ ตาแหน งท เก บแฟ มข อม ล 4.คล กเมาส 3.คล กเมาส เล อกแฟ มข อม ล 9B2.5 การป ดเอกสาร 70Bเม อทาการบ นท กเร ยบร อยแล ว และไม ต องทางานก บเอกสารเด มอ กในขณะน น ก ควรป ดเอกสารเส ย โดยเล อกคาส ง[แฟ ม> ป ด] หร อคล กเมาส ท ป ม บนหน าต าง เอกสาร 1. เล อกคาส ง[ แฟ ม > ป ด ] หร อคล กเมาส ซ ายท ป ม บนหน าต าง เอกสาร 2. เล อกคาส งสาหร บจ ดการก บแฟ มข อม ลเอกสารก อน
1. 01B2.6 การออกจากโปรแกรม 71Bหล งจากท ได เสร จส นการใช โปรแกรม Word และบ นท กเอกสารแล ว ก อนป ดเคร อง หร อเร ยกใช โปรแกรมอ น ควรออกจากโปรแกรม Word เส ยก อน โดยม ข นตอนค อ [แฟ ม> จบการ-ทางาน] หร อคล กเมาส ท ป ม ท อย ด านบนขวา 27B1. เล อก [ แฟ ม > จบการทางาน ] หร อคล กเมาส เพ อป ดโปรแกรม 9 1B2.7 การใช ม มมองต างๆใน Microsoft word 37Bเพ อความสะดวกในการสร างและทางานก บเอกสาร Microsoft word สามารถ แสดงเอกสารได หลายม มมอง (View) โดยแต ละม มมองจะม ร ปแบบและการใช งานท แตกต างก น ซ งผ ใช งานสามารถสล บระหว างแต ละม มมองได โดยม 2 ว ธ การด งน B47Uว ธ ท 1 U เล อกคาส ง ม มมอง 57B2. เล อกม มมองท ต องการโดยจะม ให เล อกด งน 76B2.1 ปกต 77B2.2 เค าโครงเว บ 78B2.3 เค าโครงเหม อนพ มพ 79B2.4 เค าโครงการอ าน 80B2.5 เค าร าง
คล กเมาส ท ป ม 10 B18Uว ธ ท 2U ท ม มซ ายล างของจอภาพ คล กเมาส เพ อเล อกม มมอง
48B เป นม มมองปกต ท ใช งานอย เป นประจา 11 B28Uร ปแบบของม มมองต างๆ 38Bม มมองปกต (Normal View) ซ งสามารถกรอกข อความ เปล ยนร ปแบบ ต วอ กษร จ ดหน า ใส ต วเลขลงในข อความได แต ในม มมองน จะไม แสดงบางอย างท ไม จาเป นต อการกรอกข อความ เช น เลขหน า ต วเลขแสดงจานวนบรรท ด ห วกระดาษหร อ ท ายกระดาษ ด งน น จ งสามารถแสดงข อม ลบนหน าจอได เร วข น ซ งเหมาะก บการทางาน ท วๆ ไป ม มมองปกต
12 58Bม มมองเค าโครงเว บ (Web Layout View) 68Bในม มมองน ผ ใช งานสามารถอ านและค นหาห วข อในเอกสารได ง าย ซ งจะคล ายก บ ม มมองเค าโครงเหม อนพ มพ แต ม ขนาดฟอนต ความยาวหน ากระดาษท ใช แสดงข อความ จะต างก นเพ อให อ านง ายสบายตาข น เหมาะสาหร บการอ านเอกสารในเว บ ม มมองปกต
13 78Bม มมองเค าโครงเหม อนพ มพ (Print Layout View) 8Bเป นม มมองท แสดงผลล พธ เหม อนก บเอกสารท พ มพ ออกจากเคร องพ มพ จร งๆโดย จะแสดงร ปภาพ เลขท หน า หร อห วกระดาษ ระยะเว นระหว างข อความก บขอบกระดาษท ผ ใช กาหนดให เห น ม มมองเค าโครงเหม อนพ มพ ปกต
14 89Bม มมองเค าร าง(Outline View) 09Bเป นม มมองท แสดงเฉพาะข อความในเอกสารเท าน น โดยแสดงเป นโครงสร างของ เอกสารว าประกอบด วยห วข ออะไรบ าง และแต ละห วข อม ห วข อย อยลงไปอ กก ระด บ ม มมองน เหมาะสาหร บใช จ ดลาด บการนาเสนอเน อหา ซ งม มมองน จะไม แสดงร ปภาพและ ตารางเลยนอกจากข อความเท าน น ม มมองเค าร าง
15 19Bม มมองการอ าน(Reading View) 29Bเป นม มมอง Microsoft Word ท ให ผ ท ใช งานสามารถอ านข อม ลภายในเอกสาร คล ายก บหน าหน งส อโดยม การแบ งออกเป น 2 หน า และจ ดเอกสารอ ตโนม ต และจะทาให ฟอนต ม ขนาดใหญ แต เม อป ดม มมองน ก จะกล บมาหน าปกต ท เคยจ ดเอาไว 21B2.8 การเร ยกด เอกสารในหน าอ นๆ 93Bเม อเอกสารม ความยาวจนจอภาพไม สามารถแสดงข อความให เห นได ท งหมด ให ใช Scroll bar เล อนเอกสารท แสดงข น/ลงเพ อด ข อความส วนอ นได โดยม ว ธ การต างๆด งน B49Uว ธ ท 1 95Bโดยคล กเมาส ท ป ม และ เพ อเล อนหน าเอกสารข นหร อลง B69Uว ธ ท 2 79Bกด Page Up และPage down เพ อเล อนเอกสารท ละหน า B89Uว ธ ท 3 9Bโดยคล กเมาส ท ป ม หร อ เพ อเล อนเอกสารท ละหน า
3B3. ป อนข อความลงในเอกสาร 01BMicrosoft word เป นโปรแกรมท ได ร บความน ยมส ง เป นการจ ดเอกสารได โดยการ พ มพ จากแป นพ มพ ซ งสามารถแก ไขหร อจ ดร ปแบบท ต องการได อย างรวดเร ว 31B3.1 การสร างเอกสาร 101Bการสร างเอกสารท สมบร ณ ข นมาส กหน งเอกสาร ส งท ประสบในการสร างเอกสาร น นค อการแก ไข การจ ดร ปแบบ ซ งแต ละจ ดย อมม ความแตกต างก นต องอาศ ยการเล อก ข อความเฉพาะท และการแทรกข อความข นต องอาศ ยการทางานของอ ปกรณ เมาส และ ค ย บอร ด 93B3.1.1 ว ธ การเล อนจ ดแทรกข อความด วยเมาส และค ย บอร ด 201Bจ ดแทรกข อความ หร อเคอร เซอร ( ) ค อ ส ญล กษณ แสดงตาแหน งแทรกข อความ ท พ มพ ผ ใช งานสามารถเล อน ไป ณ ตาแหน งใดๆ ในเอกสารได โดยใช เมาส โดยให คล กเมาส เล อกตาแหน งท ต องการได เลย นอกจากการใช เมาส แล วผ ใช งานย งสามารถเล อน โดยใช ค ย บอร ด เล อนไปย งต วอ กษรถ ดไป เล อนไปต วอ กษรก อนหน าน เล อนไปย งบรรท ดก อนหน าน เล อนไปย งบรรท ดถ ดไป เล อนไปย งต นแถวของแถวน น เล อนไปย งท ายแถวของแถวน น เล อนเอกสารข นหน งหน า เล อนเอกสารลงหน งหน า 16
04B3.1.2 การป อนข อความปกต ด วยค ย บอร ด 301Bการป อนข อม ลลงบนเอกสาร Word จะใช การพ มพ จากค ย บอร ดเป นว ธ หล ก ซ ง สามารถทาได ง าย ท งต วอ กษร ต วเลขและส ญล กษณ พ เศษ พร อมท งการแก ไขคาผ ดท สามารถได อย างรวดเร ว 401Bในการพ มพ ข อความในเอกสาร Word ถ าข อความท พ มพ ม ความยาวเก นด านขวา ของเอกสาร Word ก ต ดคา และข นบรรท ดใหม ให โดยอ ตโนม ต เม อต องการข นย อหน าใหม ให กดค ย <Enter>และกดค ย <Tab>เพ อย อหน า 1.กด<Tab เพ อเคาะย อหน า 2.ป อนข อความ 17 3. กด<Enter>เพ อข นย อหน า ใหม 4. พ มพ ข อความ 14B3.1.3 การสล บแป นพ มพ ระหว างภาษาไทยและอ งกฤษ 501Bโปรแกรม Microsoft Word สามารถสล บแป นพ มพ ระหว างภาษาไทยและอ งกฤษ โดยใช ค ย บอร ดป ม <~> หร อป ม <Alt+Shift> ส งเกตส ญล กษณ แสดงภาษท ใช ทางด านขวา ล าง ในกรณ ท กาล งใช แป นพ มพ ภาษาไทยอย จะแสดงส ญล กษณ และถ า ไทย ต องการใช แป นพ มพ อ งกฤษ อ งกฤษ (สหร ฐ 1.พ มพ ข อความ 2.กดป ม<~>แล วพ มพ ภาษาอ งกฤษ 3.พ มพ ข อความต อไป
18 41B3.2การเล อกต วอ กษรและข อความ 106Bการทางานก บข อความในเอกสาร เช น การค ดลอก การเคล อนย าย หร อการ จ ดร ปแบบให ก บข อความ จาเป นต องระบ ข อความท ต องการทางานด วยก อน โดยการ เล อกข อความน นๆ จากน นจ งจะได คาส ง หร อทางานก บข อความเหล าน ได 701Bใช เมาส เล อกข อความ 801Bการใช เมาส เล อกข อความคงเป นว ธ ท ทาได อย างรวดเร วท ส ดโดยคล กเมาส ท ตาแหน งเร มต นแล วคล กซ ายเมาส ค างแล วลากให เก ดแถบส ดาท บข อความ แล วปล อย เมาส เม อถ งจ ดส นส ดข อความท ต องการ 1.คล กเมาส ซ ายตาแหน งเร มต น 2. คล กเมาส ซ ายค างลากคล มดาและปล อย เมาส 901Bการเล อกตาแหน งต างๆโดยใช เมาส คล ก 01Bเล อกเฉพาะคา 1Bกรณ ท ผ ใช งานต องเล อกเฉพาะคาใดคาหน งในข อความก ให ด บเบ ลคล กซ ายคาน น แล ว 21Bข อความท เล อกจะม แถบส ดา 31Bเล อกท งบรรท ด 114Bเล อนเมาส มาทางด านซ ายของข อความ ต วช เมาส จะเปล ยนเป นล กศร และคล ก เมาส ซ ายท บรรท ดน น 1 คร ง บรรท ดท ถ กเล อกจะม แถบส ดาคล ม 51Bเล อกท งย อหน า 116Bเล อนเมาส มาทางด านซ ายของข อความ ต วช เมาส จะเปล ยนเป นล กศร และด บเบ ล คล กเมาส ซ ายท ย อหน า ย อหน าท ถ กเล อกจะม แถบส ดาคล มจะเป นส ดา หร อใช ว ธ การท ร บเป ลคล กเมาส ย อหน าท ถ กเล อกจะม แถบส ดาคล ม
19 71Bเล อกข อความท งหมดในเอกสาร 118Bการเล อกข อความในเอกสารใช คาส ง [แก ไข>เล อกด ท งหมด] หร อกดค ย <Ctrl+A> 91Bเล อกข อความในเอกสารในแนวต งและเล อกข อความในบ างส วน 021Bในการเล อกข อความในเอกสารในแนวต งน น กดค ย <Alt+คล กเมาส และลากมาใน แนวต ง> กรณ ท ต องการเล อกข อความบางส วนให กดค ย <Ctrl+คล กเมาส ลากในข อความท ต องการ 51B3.3การค ดลอกข อความ 121Bถ าต องการพ มพ ข อความซ าๆก น ควรใช ว ธ ค ดลอกข อความไปย งตาแหน งท ต องการในเอกสารเพ อลดเวลาในการสร างเอกสาร ซ งว ธ ค ดลอกข อความสามารถใช คาส ง ค ดลอก และ วาง 1.ใช เมาส เล อกข อความ 2.คล กเมาส ขวาและเล อกคาส งค ดลอก 3.ไปย งตาแหน งท ต องการวางข อความ 4.คล กขวาและเล อก วาง 21Bการค ดลอกเอกสารอ กว ธ หน งง ายๆอ ก 2 ว ธ การ ค อ B321Uว ธ ท 1 421B1.ใช คล กเมาส ซ ายค างเล อกข อความ 521B2.กด <Ctrl> ค างไว และลากเมาส ค างจะปรากฏเคร องหมายบวกข างล กศรและไป ท ตาแหน งท ต องการ 621B3.เม อได ตาแหน งท ต องการให ปล อยเมาส B721Uว ธ ท 2 821B1.ใช คล กเมาส ซ ายค างเล อกข อความ 921B2. กดค ย บอร ด <Ctrl+C> 031B3. เล อกตาแหน งท ต องการและกดค ย บอร ด <Ctrl+CV>
20 61B3.4 การค ดลอกข อความ 131Bการพ มพ ข อความในเอกสารผ ดตาแหน ง ก ไม จาเป นต องลบข อความและพ มพ ใหม อ กท หน งให เส ยเวลา แต สามารถย ายข อความไปย งตาแหน งอ นในเอกสารได เลย โดยการใช คาส ง ต ด และ วาง 1.ใช คล กเมาส ซ ายค างเล อกข อความ 2.คล กเมาส ขวาเล อกคาส ง cut 3.ไปย งตาแหน งท ต องการย ายข อความ ไป 4.คล กขวาและเล อก Paste 231Bการย ายข อความง ายๆอ กว ธ หน ง ค อ 1. 13Bใช เมาส เล อกข อความและลากเมาส ไปย งตาแหน งท ต องการย าย 2. 134Bปล อยเมาส ข อความท เล อกจะถ กย ายมาย งตาแหน งใหม
71B3.5 การค นหาและแทนท ข อความในเอกสาร 135Bหากสร างเอกสารท ม ความยาวมากๆและต องการกล บมาหาคาบางคาในเอกสาร การเล อนหน าเอกสารเพ อไล หาคาท ต องการ คงต องใช เวลาพอสมควร ใน Word ม คาส ง สาหร บค นหา หร อแทนท ข อความในเอกสาร ซ งช วยลดเวลาสาหร บการทางานส วนน 631Bการค นหาข อความ 731Bเอกสารท ม ความหนาหลายร อยหน า การค นหาคาท ต องการบางต วน น สามารถ เล อกใช คาส ง ค นหา เพ อให โปรแกรม Word ช วยเราในการค นหาได อย างรวดเร ว 21 1.เล อกคาส ง[แก ไข>ค นหา]หร อฟ งก ช น<Ctrl+F> 2.กรอกคา/ข อความท ต องการค นหา 3.คล กเมาส 4. คาท ต องการค นหา
22 831Bการแทนท ข อความในเอกสาร 139Bหากพ มพ คาหน งผ ดมาท งเอกสาร การไล หาคาน นๆ และแก ไขท ละคาคงต องใช เวลานานพอสมควร ใน Word สามารถให โปรแกรมช วยค นหาและแทนท คาท ต องการได อย างรวดเร ว 1. คาส ง [ แก ไข > แทนท ] 2.กรอกคาท ต องการค นหา 3. กรอกคาใหม ท จะมาแทนท 4.คล กเมาส แทนท หร อแทนท ท งหมด 81B3.6 การสร างข อความอ ตโนม ต 140Bหากต องม การพ มพ เอกสารท ค อนข างมากและคาท ค อนข างซ าก นมากๆ ทาให ต องเส ยเวลาในการพ มพ ข อความน นซ าอย เร อยๆ ในWord ม ต วช วยให สามารถไม ต อง พ มพ เอกสารด วยคาซ าๆอย บ อย ต วช วยน นค อ ข อความอ ตโนม ต 1. [ แทรก > ข อความอ ตโนม ต > ข อความอ ตโนม ต ] 2. ใส ข อความอ ตโนม ต 3. เพ มข อความอ ตโนม ต
23 141Bเม อเพ มข อความอ ตโนม ต แล ว ถ าผ ใช งานพ มพ ข อความก จะข นข อความให กดEnter ด งน 91B3.7 การยกเล กการใช คาส งคร งท ผ านมา 142Bหากผ ใช งานใช คาส งผ ด หร อเผลอลบข อม ล ให ใช คาส ง ทาซ า เพ อยกเล กคาส งท ได กระทาไปคร งหล งส ดได ซ งใน Microsoft Word ผ ใช งานสามารถย อนกล บคาส งได หลายคาส ง โดยคล กท ล กศรข าง (ทาซ า) และเล อกย อนหล บคาส งท ดาเน นมาแล ว 1. คล กเมาส ท ป ม ทาซ า 3.จะข นข อความให กด Enter 2.เล อกจานวนของคาส ง ท ต องย อนกล บ 3.ข อความท ถ กลบจะย อนกล บมาให
02B3.8 การแทรกข อค ดเห น 341Bเม อใช งานโปรแกรม Microsoft Word กระทางานใดๆหร อทาการพ มพ งาน ในบ าง คร งต องม การแทรกข อค ดเห นต างๆเข าไปในเอกสาร เพ อแสดงข อค ดเห นของผ ใช งานเข า ไปในเอกสารใน Word น นม คาส งท ใช ในการแทรกข อค ดเห นเข าไปในเอกสารน นค อ คาส ง ข อค ดเห น 1.คล กเมาส ซ ายลากคล มดาข อความท ต องการแสดงความค ดเห น 2.แทรก > ข อค ดเห น 24 3.ใส ข อค ดเห น
4B4.ฟอนต และการตกแต งเอกสาร 144Bหากข อความท พ มพ ลงในเอกสาร Word ถ กป อนในล กษณะเร ยงก นไปเร อยๆ คง ทาอ านยาก เพราะไม ม การแบ งเน อหาออกเป นส วนๆ ซ งอาจใช การข นย อหน าใหม หร อใส ห วข อให ก บเน อหา โดยการจ ดวางไว ก งกลางหน ากระดาษ เป นต น 12B4.1 จ ดข อความให อย ก งกลาง ช ดซ าย หร อช ดขวา 145Bโดยปกต ข อความท พ มพ จะถ กจ ดช ดซ ายของเอกสาร หากต องการเปล ยนให ข อความถ กจ ดอย ก งกลาง เช น การจ ดทาหน าปกรายงาน หร อจ ดช ดขวาเอกสาร เช น การลงท ายจดหมาย ก สามารถทาได โดยการจ ดข อความท กาหนดจะม ผลข อความในย อ หน าน น 1. คล กเมาส ซ ายเล อกย อหน าท ต องการจ ด ข อความ 25 641Bป มคาส งจ ดการร ปแบบจากแถบเคร องม อม ด งน 147Bจ ดข อความให ช ดซ าย จ ดข อความให อย ตรงกลาง 148Bจ ดข อความให ช ดขวา 149Bจ ดข อความให ช ดขอบซ าย/ขวา จ ดข อความให เต มบรรท ด กาหนดระยะห างระหว างบรรท ดโดยแยก ช องไฟระหว างต วอ กษรเท าๆก น
2B4.2 การต งก นหน าและก นหล ง 150Bการต งก นหน าและก นหล ง เป นการกาหนดขอบเขตของข อความในเอกสาร รวมท งการกาหนดระยะในบรรท ดแรกของแต ละย อหน า โดยจะม ผลต อข อความในย อ หน าท เล อกท งหมดด งต วอย างต อไปน 151Bกาหนดระยะก นหน า 1. 152Bคล กเมาส ซ ายเล อกย อหน าท ต องการต งระยะก นหน า 2. 153Bเล อนต วช เมาส ไปท ต วเย องซ าย ซ งอย ด านซ ายของไม บรรท ด และ คล กเมาส ค างเอาไว 3. 154Bคล กเมาส ซ ายแล วลากเมาส ค างเพ อกาหนดระยะก นหน า เม อปล อย เมาส จะส งเกตว าข อความด านซ ายม อจะถ กกาหนดขอบเขตโดยก น หน า 1.คล กซ ายเล อกย อหน าท ต องการ 26 2.คล กเมาส ซ ายเล อกก นหน า 3.คล กเมาส ซ ายลากค างปร บก นหน า 51Bกาหนดระยะก นหล ง 1. 156Bเล อนต วล กศรไปท กาหนดให เย องบรรท ดแรก ซ งอย ด านขวาของไม บรรท ด แล วคล กเมาส ซ ายค างเอาไว 2. 157Bคล กเมาส ซ ายลากค างเพ อกาหนดระยะก นหล ง เม อปล อยเมาส จะส งเกตว า ข อความด านขวาม อจะถ กกาหนดขอบเขตโดยก นหล ง 2. คล กเมาส ซ ายและลากค างปร บก นหล ง 1.คล กเมาส เล อกก นหล ง
27 851Bกาหนดระยะย อหน า 1. 159Bเล อนต วล กศรไปท ต วกาหนดให เย องบรรท ดแรกซ งอย ด านซ ายของไม บรรท ด แล วคล กเมาส ซ ายค างเอาไว 2. 160Bคล กเมาส ซ ายและลากค างเพ อกาหนดระยะของบรรท ดแรกส งเกตข อความใน บรรท ดแรกถ กกาหนดขอบเขตตามท กาหนด 1.คล กเมาส เพ อต งระยะของย อหน า 2. แดรกเมาส เพ อปร บย อหน า 161Bการก นหน า/หล งจะม ผลเฉพาะก บย อหน าท เล อกเท าน น หมายความว ากรณ ท 261Bผ ใช งานคล กเมาส ซ ายท ย อหน าถ ดไปในต วอย าง จะเห นว าการก นหน าก นหล งของย อ หน าท 2 จะแตกต างจากท กาหนดให ก บย อหน าแรก 32B4.3 การกาหนดตาแหน งแท บหย ด 163Bแท บ (Tab) เป นการกาหนดย อหน าให ก บเน อหาในเอกสาร เป นการเร มต น กล าวถ งส วนอ นๆ ในเอกสารน น เพ อให ผ อ านเอกสารไม ร ส กว าเน อหาต อก นยาวเก นไป รวมท งเป นการแบ งเน อหาให ด น าอ านอ กด วย 1. 164Bคล กเมาส ท ป ม บร เวณด านซ ายไม บรรท ดจะเป นส ญล กษณ แท บท ต องการใช โดยแท บแต ละแบบท เล อกใช ได ม ด งน Left Tab จ ดข อความช ดซ ายของแท บ ม กจะใช ก บข อความโดยท วๆไป Right Tab จ ดข อความช ดขวาของแท บ ม กจะใช ก บข อม ลท เป นต วเลข Center Tab จ ดข อความให อย ก งกลางของแท บ Decimal Tab จ ดต วเลขให จ ดทศน ยมอย ตรงตาแหน งของแท บหย ด
561B2.คล กเมาส ซ ายท ไม บรรท ดตรงจ ดท เราต องการกาหนดแท บ ซ งส ญล กษณ แท บท เรากาหนดจะปรากฏบนไม บรรท ดและให ทาซ าข อ 1 และข อ 2 จนได แท บท งหมดท ต องการ Left Tab Decimal Tab 28 Right Tab Center Tab 42B4.5 การปร บแต งการจ ดวางข อความในย อหน า 166Bสาหร บเอกสารท วไป ผ ใช งานจะต องม การปร บระยะห างย อหน า ซ งจะทาให เอกสารน นน าสนใจมากย งข น และม ว ธ การทาด งน 1.นาเมาส ไปในย อหน าท ต องการ 2.เล อกคาส ง[ร ปแบบ > ย อหน า] กาหนดระยะห างระหว างย อหน า กาหนดระยะห างระหว างบรรท ด ภาพประกอบ คล กเมาส ซ าย
29 761B3.ผลล พธ ผลล พธ หล งกาหนด ระยะห างระหว าง บรรท ดและย อหน า 52B4.6 การปร บแต งฟอนต ในเอกสาร 861Bฟอนต (Font) ค อร ปแบบต วอ กษรใน Windows ท ผ ใช งานนามาใช ได การใช ฟอนต ท แตกต างจะทาให ข อความในเอกสารด น าสนใจ โดยม กพบว าในเอกสารเด ยวก นน น ม การใช ฟอนต หลายร ปแบบเสมอ สาหร บแต ละฟอนต จะม ช อประจาต วอย เช น Arial, CordiaUPC, Time New Roman เป นต น 1.ใช เมาส เล อกข อความ 2.คล กเมาส เล อกแบบต วอ กษร 3. เล อกร ปแบบฟอนต ท ต องการ
30 5. เล อกขนาดฟอนต 4.ใช เมาส เล อกข อความ คล กเมาส ซ าย 62B4.7 การกาหนดต วหนา ต วเอนและข ดเส นใต 169Bนอกจากการตกแต งเอกสารด วยฟอนต ท แตกต างก นแล ว ซ งสามารถเน นข อความ ในเอกสาร เช น ห วข อ ประโยคสาค ญ หร อคาพ ดท ยกมา โดยกาหนดร ปแบบเพ มเต ม ได เช น Uข อความข ดเส นใต U, ข อความต วหน า,ข อความต วเอน เป นต น 1. คล กเมาส ซ ายเล อกข อความ 2. คล กเมาส เล อกปร บล กษณะ ข อความ 3. ผลล พธ 071Bร ปแบบต วอ กษร 171B(Bold) ต วหนา 271B(Italic) ต วเอน 371B(Underline) ข ดเส นใต
72B4.8 แสดง Bullet หร อเลขลาด บข อความ 471Bถ าพ มพ ข อความท ม การใช ห วข อ และลาด บรายการ ก อาจต องการให ม เลขลาด บ หร อเคร องหมาย(Bullet) หน าแต ละห วข อ เพ อจ ดให เป นประเด นท ช ดเจนแยกออกจาก ข อความส วนอ นแทนท จะต องพ มพ เอง ผ ใช งานสามารถกาหนดให Word เต มเลขลาด บ หร อเคร องหมายให โดยอ ตโนม ต ด งน 1. คล กเมาส ซ ายเล อกข อความ 31 2.คล กเมาส ซ ายลาด บเลขหร อส ญล กษณ 3. จะได ต วเลขลาด บ หร อส ญล กษณ Bullet หน าข อความ
82B4.9 เปล ยนหน าตาส ญล กษณ หร อเลขลาด บ 175Bส ญล กษณ Bullet หร อเลขลาด บท แสดงน น เป นล กษณ มาตรฐานท โปรแกรม กาหนดไว ต งแต แรก ซ งความจร งผ ใช งานสามารถเล อกเปล ยนร ปร างของส ญล กษณ Bullet หร อล กษณะของต วเลขลาด บได 32 1.ใช เมาส เล อกข อความ 2. เล อก ร ปแบบ> ส ญล กษณ แสดงห วข อย อยลาด บเลขหร อ หร อ 3. เล อกประเภทของส ญล กษณ 4.เล อกร ปแบบส ญล กษณ ท ต องการ 5. คล กเมาส 6.หน าตาของส ญล กษณ หน าข อความเปล ยนไป
24B 4.10.1 33 92B4.10 การใช ต วแก สมการ การเป ดเคร องม อ Microsoft Equation ข นมาใช งาน 671Bเน องจากสมการคณ ตศาสตร ม ส ญล กษณ พ เศษมากมาย ซ งผ ใช งานไม สามารถ พ มพ ได โดยตรงจากโปรแกรม Microsoft Word ด งน นผ ใช งานจาเป นต องใช งานจาก โปรแกรม Microsoft Equation ซ งม หน าท สาหร บเข ยนสมการคณ ตศาสตร โดยเฉพาะ ซ งม ว ธ การในการเป ดใช งานโปรแกรม Microsoft Equation ด งน 1. เล อกคาส ง แทรก > ว ตถ 2. เล อก Microsoft Equation 3.0 3. คล กเมาส ซ าย กล องเคร องม อ Equation สร างสมการในเอกสาร ส วนสาหร บการแทรกสมการ
34 71Bการเร ยกโปรแกรม Microsoft Equation อ กว ธ หน งโดยม การเร ยกมาใช งานใน ล กษณะไอคอน โดยม ว ธ การด งน 1. เคร องม อ > กาหนดเอง 2. เล อกคาส ง > แทรก > ต วแก สมการ 3.คล กเมาส ซ ายค างและลากไปวางตาแหน งแถบเคร องม อ 4.เม อลากเมาส มาท แถบเคร องม อจะเก ดส ญล กษณ จากน นก ปล อยเมาส ท คล ก 871Bเม อทาการแทรกส ตรเข ามาในเอกสาร โดยเป ด Microsoft Equation ข นมา จะ 971Bปรากฏกล องสาหร บป อนให ในท นท ซ งสามารถเล อกส ญล กษณ หร อแม แบบส ตรจากกล อง เคร องม อ Equation เพ อแทรกลงในเอกสารได หร อเข าท แถบเคร องม อ 5.ปรากฏไอคอน กล องข อความสาหร บป อนและทางาน ก บส ตรคณ ตศาสตร
34B4.10.2 เล อกส ตร/ส ญล กษณ ท ต องการ 180Bการแทรกส ญล กษณ พ เศษ หร อส ตรลงในเอกสาร ทาได โดยคล กเมาส ซ ายท ป ม เคร องม อท ต องการ จะปรากฏป มเคร องม อย อยภายใต ให คล กเมาส ซ ายเล อกส ญล กษณ ท ต องการ ซ งส ญล กษณ ส ตรน นๆ จะถ กแทรกลงบนเอกสาร 35 1. คล กเมาส เล อกกล มของส ตร 2.คล กเล อกส ตรท ต องการ 3.ส ตรท เล อก 4.พ มพ เลขหร อต วอ กษรลงใน ช อง
36 คล กเมาส บร เวณอ นเพ อออกจาก Microsoft Equation 4B4.10.3 การแก ไขส ตร 181B1.ในม มมองการทางานก บเอกสารปกต น น ไม สามารถแก ไขส ตรเหล าน ได ให ด บเบ ลคล กซ ายบนส ตรท ต องการแก ไข 182B2. โปรแกรมจะเป ดม มมองการทางานบน Microsoft Equation ข นมา ซ งสามารถ แก ไขหร อเพ มเต มบางส วนของส ตรได ตามต องการ 54B4.10.4 ขยาย/ลดขนาดของส ตร 183Bหากขนาดของส ตรท วางบนเอกสารไม เหมาะสม เช น ต วอ กษรของส ตรใหญ กว า อ กษรปกต บนเอกสารมาก หร อเล กเก นไปจนมองไม เห นต วเลขบางต ว เป นต น ผ ใช งาน สามารถทาการย อหร อขยายส ตรท อย บนเอกสารได ท นท เหม อนก บเป นว ตถ ช นหน ง โดย ไม ต องเข าไปย งม มมองการทางานของ Microsoft Equation ก อน 1. 184Bคล กเมาส ท ส ตรบนเอกสาร เพ อเล อกทางานก บส ตรน น 2. 185Bจะปรากฏเส นกรอบส ตรท เล อก โดยท ม มจะม จ ดส ดาปรากฏอย ให นาเมาส ไปวางท จ ดเหล าน น ซ งต วช เมาส จะกลายเป นส ญล กษณ 3. 186Bคล กเมาส ซ ายและลากค างเพ อย อ หร อขยายส ตรไปในท ศทางท ต องการ เม อ ปล อยเมาส ซ งจะได ขนาดของส ตรตามท กาหนด 64B4.10.5 การลบส ตร 187Bหากส ตรท สร างข นน น ไม จาเป นต องใช อ กแล ว ผ ใช งานสามารถลบส ตรน นออก จากเอกสารได ท นท โดยคล กเมาส เล อกส ตรน น และกดป ม <Delete> บนค ย บอร ด
4.11 การสะกดและไวยากรณ การสะกดและไวยากรณ เป นการตรวจด เอกสารท ได ทาการพ มพ ไปน นผ ดไปจาก พจนาน กรมของเคร องคอมพ วเตอร หร อเปล า ว ธ การตรวจต วสะกดและไวยากรณ ม ด งน 1. ไปท เมน เคร องม อ >การสะกดและไวยากรณ หร อฟ งก ช น {F7} หร อ 37 2. จะปรากฏหน าต างตรวจต วสะกดและไวยาการณ พร อมตรวจคาสะกด 2. จะปรากฏหน าต างตรวจต วสะกดและไวยาการณ 188Bกรณ ท พ มพ ถ กต องแล วแต ไม ตรงก บไวยากรณ หร อไม ต องการแก ข อม ลท ผ ดไป จากพจนาน กรมเคร องคอมพ วเตอร ให กดป มด งน 189Bละไว คาน นคาเด ยวเท าน น 190Bละท กคาท ผ ดไปจากพจนาน กรมเคร องคอมพ วเตอร 191Bต องการเพ มคาด งกล าวในพจนาน กรมเคร องคอมพ วเตอร
03B4.12 การใช งานต วค ดวางร ปแบบ 0Bค อการค ดลอกร ปแบบจากว ตถ หร อข อความท เล อกไว และนาร ปแบบน นไปใช ก บ ว ตถ หร อข อความท คล ก เม อต องการค ดลอกการจ ดร ปแบบไปย งรายการมากกว าหน ง รายการ ให คล กซ ายสองคร งท จากน นคล กซ ายเล อกแต ละรายการท ผ ใช งานต องการ จ ดร ปแบบ เม อจ ดร ปแบบเร ยบร อยแล ว ให กด ESC หร อคล ก อ กคร งเพ อป ดการใช งาน ต วค ดวางร ปแบบ 1.ลากคล มข อความท เป นต นแบบ 38 2. คล กเล อกเคร องม อต วค ดวางร ปแบบ หร อ บนแถบเคร องม อ 3.ข อความท ต องการค ดลอก ร ปแบบ 4.ข อความท ค ดลอกร ปแบบมาจากห วข อ 1.แนะนำเอกสำร Microsoft Word 2003
13B4.13 การแบ งข อความในเอกสารเป นหลายคอล มน 291Bการแบ งข อความในเอกสารเป นหลายคอล มน น นจะน ยมทาก นในหน งส อน ตยสาร หร อหน งส อพ มพ ท ม การแบ งข อความให เป น คอล มพ เพ อให ข อความท อ านน นแปลกตา มากย งข น ซ งม ว ธ การทาด งน 1.ลากคล มดาบนข อความท ต องการทาคอล มน หร อ 39 2. [ ร ปแบบ>คอล มน ] 3.เล อกจานวนคอล มน 4.ตกลง 5.ผลล พธ ท ได
23B4.14 การทาต วอ กษร Drop Cap 391Bการทาต วอ กษรชน ด Drop Cap ค อการนาต วอ กษรหร อข อความท นาหน าประโยค น น ๆ ให เป นต วใหญ เพ อเป นจ ดสนใจพ เศษ เหม อนข อความน เร ยกว า Drop Cap ม ว ธ การด งน 1. คล มดาต วอ กษรท ต องการทาต วใหญ 40 2.ร ปแบบ> ต วอ กษรข นต นขนาดใหญ 1.เล อกประเภทของ Drop Cap 2.ร ปแบบต วอ กษร 3.เล อกขนาดต วอ กษรก นพ นท 3 บรรท ด 4.กาหนดระยะห างต ว Drop Cap ก บข อความ
41 4.ตกลงการเล อก Drop Cap 491Bผลล พธ 3B4.15 การด ต วอย างก อนพ มพ เอกสาร 195Bในการพ มพ เอกสารผ ใช งานสามารถตรวจสอบเอกสารก อนพ มพ เพ อตรวจด ว า เอกสารท ออกมาม การจ ดวางท เหมาะสมตามท ผ ใช งานต องการ เพ อไม ให เก ดการผ ดพลาด ของเอกสารท พ มพ ออกมาและไม ต องส นเปล องกระดาษ 1.คาส งท ใช ค อ แฟ ม > ต วอย างก อนพ มพ หร อ 2.ป ดหน าต วอย างก อนพ มพ 3.ผลล พธ
199 Bหากผ ใช งานม ความต องการพ มพ เฉพาะเอกสารบางหน า 42 691Bกรณ ท ต องการด หน าเอกสารอ นให เล อน Scroll Bar ทางด านข าง และ 43B4.16 การพ มพ เอกสาร สามารถเปล ยนขนาดของต วอย างก อนพ มพ ได เล อกด งานท ละหน า เล อกด งานท ละหลายๆหน า ส งพ มพ งาน ป ดหน าต วอย างก อนพ มพ 197Bผ ใช งานสามารถส งพ มพ เอกสารได อย างรวดเร ว โดยการคล กเมาส ซ ายท ป ม (Print) ซ งว ธ น เป นการส งพ มพ เอกสารท กๆหน า ถ าต องการกาหนดรายละเอ ยดเก ยวก บ การพ มพ เช น เล อกพ มพ เฉพาะหน าท ต องการ หร อกาหนดจานวนช ดในการพ มพ ก สามารถทาได ด งน 891Bพ มพ เอกสารหน าท ต องการ เช น แผ นท พ มพ เส ย หร อม หารเพ มข อม ลใหม ลงในเอกสาร และต องการพ มพ เฉพาะหน าน นๆ ก สามารถทาได ด งน 1.เล อกคาส ง [ แฟ ม > พ มพ ] หร อ < Ctrl+P > 2.กาหนดเคร องพ มพ 4.คล กเมาส 3.กาหนดว าจะให พ มพ หน าใดบ าง
43 02Bผ ใช งานสามารถเล อกพ มพ เอกสารได บ างหน า จากห วข อ ช วงหน ากระดาษ โดยเรา สามารถกาหนดได ด งน 102Bท งหมด พ มพ เอกสารท กแผ น 202Bหน าป จจ บ น พ มพ เฉพาะหน าท ต องการพ มพ ท เป ดอย 302Bหน า กาหนดหน าท ต องการพ มพ เช น 402B 2,3,5 ค อส งให พ มพ หน า 2,3,5 502B 1-4 ค อส งให พ มพ หน า 1 ถ งหน า 4 602B 3,4-7,9 หมายถ งส งให พ มพ เอกสารหน า 3,หน า 4,ถ งหน า 7และหน า 9
5.เกร ดความร เก ยวก บคอมพ วเตอร 44 53B5.1 ระบบความปลอดภ ย 702Bในการสร างเอกสารบ อยคร งท ผ สร างต องการสร างระบบความปลอดภ ยให ก บเอกสารของตน เพ อ ต องการให เอกสารเป นความล บหร อสามารถเข าไปแก ไขหร อเปล ยนแปลงเอกสารได 1.เล อกคาส ง [เคร องม อ > ต วเล อก] 2.เล อกคาส ง [ความปลอดภ ย]
45 3.ใส รห สความปลอดภ ย > ตกลง 63Bเม อใส รห สแล วโปรแกรมจะถามเพ อย นย นรห สท ต งไว จากน นให ทาการบ นท ก แฟ มเอกสารและป ดจากน นให ทดลองเป ด แฟ มเอกสารท ป ดไปเม อส กคร โปรแกรมจะถาม รห สก อนเข าไปเป ดงานและแก ไข ให ใส รห สไปและตอบตกลง
73B5.2 ค ย ล ดสาหร บโปรแกรม Microsoft Word 46 5.2.1 ค ย ล ดโปรแกรม Microsoft Word สร างกระดาษใหม Ctrl + N เป ดแฟ ม Ctrl + O บ นท ก Ctrl + S พ มพ Ctrl + P เล กทาการพ มพ ป อน Ctrl + Z ทาซ าการพ มพ ป อน Ctrl + Y ต ด Ctrl + X ค ดลอก Ctrl + C วาง Ctrl + V คล มดาท งหมด Ctrl + A ค นหา Ctrl + F แทนท Ctrl + H ไปท Ctrl + G เช อมโยงหลายม ต Ctrl + K ไปท แฟ ม Alt + A ไปท แก ไข Alt + D ไปท แทรก Alt + M ไปท เคร องม อ Alt + 8 การสะกดและไวปกรณ F7 ค นหา ไปท แทนท F5 บ กท กแฟ มเป น F12 ป ด Ctrl + W
74B 5.2.2 47 ค ย ล ดในการแทรกข อความด วยค ย บอร ด + + + + + + + เล อนไปย งต วอ กษรถ ดไป เล อนไปต วอ กษรก อนหน าน เล อนไปย งบรรท ดก อนหน าน เล อนไปย งบรรท ดถ ดไป เล อนไปย งต นแถวของแถวน น เล อนไปย งท ายแถวของแถวน น เล อนเอกสารข นหน งหน า เล อนเอกสารลงหน งหน า เล อนไปท คาท อย ถ ดไป เล อนไปท คาท อย ก อนหน า เล อนไปท ย อหน าถ ดไป เล อนไปท ย อหน าป จจ บ นหร อย อหน าก อนหน าป จจ บ น เล อนไปต นเอกสาร เล อนไปท ายเอกสาร เล อนไปต นหน ากระดาษก อนหน า + เล อนไปต นหน ากระดาษถ ดไป
48 83B5.2 แถบเคร องม อต างๆ ของ โปรแกรม Microsoft Word 802Bสร างเอกสารใหม โดยใช แบบเอกสารปกต 902Bเป ดเอกสารหร อแบบเอกสารท ม อย แล ว 012Bบ นท กเอกสารหร อแบบเอกสารป จจ บ น 12Bพ มพ เอกสารป จจ บ นโดยใช ค าท ต งไว 212Bแสดงเอกสารเต มหน าเหม อนตอนพ มพ 312Bตรวจคาสะกดในเอกสารป จจ บ น 412Bต ดส วนท ทาแถบส ไว และวางไว บนคล ปบอร ด 512Bค ดลอกส วนท แถบส ไว และวางไว บนคล ปบอร ด 612Bแทรกเน อหาของคล ปบอร ดท จ ดแทรก 712Bค ดลอกร ปแบบของส วนท แถบส ไว ไปไว ท ตาแหน งท ระบ 812Bกล บการกระทาส ดท าย 912Bทาการทางานหล งส ดซ งถ กยกเล กการกระทา 02Bแทรกตาราง 12Bเปล ยนคอล มน ของตอนท เล อกไว 2Bแสดงหร อซ อนส ญล กษณ ในการจ ดเอกสาร 32Bย อ-ขยายจอภาพ 42Bแสดงว ธ ใช คาส งหร อตรวจสอบร ปแบบของ ข อความ 52Bจ ดร ปแบบด งท ม อย แล วหร อร ปแบบข อความ ตามต วอย าง 62Bเปล ยนประเภทต วอ กษรของส วนท แถบส ไว 72Bเปล ยนบนาดต วอ กษรของส วนท แถบส ไว 82Bทาหร อยกเล กร ปแบบต วอ กษรส วนท ทาแถบส ไว ให เป นต วหนา 92Bทาหร อยกเล กร ปแบบต วอ กษรส วนท ทาแถบส ไว ให เป นต วเอ ยง
49 032Bทาหร อยกเล กร ปแบบต วอ กษรส วนท ทาแถบส ไว เป นข ดเส นใต 132Bจ ดเร ยงข อความท ทาแถบส ไว ให อย ช ดขอบ ซ ายของบรรท ด 232Bจ ดเร ยงข อความท ทาแถบส ไว ให อย ก งกลาง บรรท ด 32Bจ ดเร ยงข อความท ทาแถบส ไว ให อย ช ดขอบขวา ของบรรท ด 432Bจ ดเร ยงข อความท ทาแถบส ไว ให อย ช ดขอบ ซ ายและขอบขวา 532Bใส เลขหน าข อความท ทาแถบส ไว 632Bใส เคร องหมายหน าข อความท ทาแถบส ไว 732Bลดระยะเย องของข อความท ทาแถบส ไว 832Bเพ มระยะเย องของข อความท ทาแถบส ไว 932Bแสดงหร อซ อนแถบเคร องม อเส นขอบ 042Bเปล ยนม มมองเป นม มมองปกต 142Bเปล ยนม มมองเป นม มมองเค าโครงออนไลน 242Bเปล ยนม มมองเป นม มมองเหม อนพ มพ